You are currently viewing โลจิสติกส์และซัพพลายเชน คล้ายกันแต่แตกต่าง

โลจิสติกส์และซัพพลายเชน คล้ายกันแต่แตกต่าง

โลจิสติกส์และซัพพลายเชนนั้นทั้งสองอย่าง มีความคล้ายกันแต่ก็แตกต่างกัน สำหรับคนที่ไม่รู้จะคิดว่าเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว โลจิสติกส์และซัพพลายเชน เป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องตั้งแต่จัดซื้อ ผลิต จัดเก็บ จำหน่าย ไปจนถึงการขนส่ง  ซึ่งบางบริษัทก็ทำทุกอย่างทั้งหมดครบทุกกระบวนการภายในบริษัท แต่บางบริษัทก็มีการจ้างวานหรือใช้บริการจากบริษัทอื่นที่มีความเกี่ยวข้อง โดยอาจจ้างเป็นบางกระบวนการหรืออาจจ้างทั้งหมด โลจิสติกส์และซัพพลายเชนมีการทำงานที่คล้ายคลึงกัน แต่ว่าทั้งสองอย่างนั้นก็มีความแตกต่างกันในหลายจุดอยู่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องเป้าหมายการทำงาน กระบวนการต่างๆ หรือหมวดหมู่ของธุรกิจ เรามาดูกันว่าทั้งสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

โลจิสติกส์และซัพพลายเชน ต่างกันอย่างไร

ในอดีตนั้นกระบวนการทางธุรกิจหลายอย่างจะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันนั้นเนื่องจากลูกค้ามีความต้องการมากขึ้นและมีการแข่งขันทางธุรกิจสูงขึ้น จึงทำให้แต่ละธุรกิจต้องมีการพัฒนาองค์กรภายในให้ครอบคลุมมากที่สุด ดังนั้นกระบวนการหลายอย่างจึงมีความคล้ายหรือใกล้เคียงกัน แม้โลจิสติกส์และซัพพลายเชนจะคล้ายกันแต่เป้าหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง โลจิสติกส์นั้นเป็นหนึ่งในกระบวนการของซัพพลายเชน โลจิสติกส์หมายถึงการดูแลเรื่องการขนส่งสินค้า ในการขนส่งจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งและคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ คือต้องส่งให้เร็วและต้องส่งให้ถูกต้องเป็นต้น ส่วนซัพพลายเชนจะเป็นการเชื่อมโยงกันของหลายๆธุรกิจเข้าสู่องค์กรเพื่อให้มีข้อได้เปรียบทางธุรกิจมากที่สุด ดังนั้นสิ่งที่ซัพพลายเชนจะคำนึงถึงมากที่สุดก็คือความสำเร็จขององค์กร ในอดีตนั้นเรายังไม่มีคำเรียกรูปแบบ กระบวนการของซัพพลายเชนเราจึงใช้เรียกรวมกันไปว่าเป็นระบบโลจิสติกส์ แต่ในปัจจุบันมีความหลากหลายของกระบวนการทางธุรกิจมากขึ้นและต้องมีกระบวนการที่เฉพาะเจาะจงที่ถูกขยายการทำงานออกไป จึงทำให้มีการแบ่งชื่อเรียกกันอย่างชัดเจนเพื่อให้แยกระบบการทำงานให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เป้าหมายการทำงาน

แม้จะมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกันแต่เป้าหมายนั้นคล้ายคลึงกันแต่เป็นการโฟกัสเป้าหมายคนละส่วน โลจิสติกส์จะเน้นความพึงพอใจของลูกค้าส่วนซัพพลายเชนจะเน้นให้ความสำคัญกับองค์กร แต่โดยรวมแล้วปลายทางก็คือต้องเข้าถึงและสนองความต้องการของลูกค้าได้นั่นเอง แม้จะคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญแต่จะต้องทำให้องค์กรหรือบริษัทได้ผลประโยชน์สูงสุดด้วย นั่นคือต้องคำนึงเรื่องผลได้ผลเสียในกระบวนการต่างๆโดยต้องเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานให้มากขึ้นและปรับลดกระบวนการที่ไม่จำเป็นออกไป นอกจากนี้ยังต้องคอยติดตามข่าวสารข้อมูลให้ได้เร็วที่สุดเพื่อสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากที่สุดเป็นกระบวนการที่สำคัญเพราะการวางแผนในอนาคตจะมีผลกับเรื่องของการผลิตและการสต๊อกสินค้าด้วย หากไม่มีการอ่านเกมล่วงหน้าที่ดีก็จะทำให้ผลผลิตคงค้างสต๊อกเยอะและมีปัญหาเรื่องการจำหน่ายจ่ายแจกออกไป